ฟุตบอล ลาลีกาสเปน ลีกต้นฉบับฟุตบอล Tiki-Taka

ลาลีกาสเปน มีชื่อทางการคือ ลาลีกาซานตานเดร์ ซึ่งเรียกผู้สนับสนุน ฟุตบอลลาลีกาสเปน ที่อุดมไปด้วยนักเตะระดับเวิลด์คลาส มาทุกยุคทุกสมัยที่มีเล่นสไตล์การเล่นที่สวยงาม ต่อบอลเท้าสู่เท้า ที่เรียกกันว่า “ตีกี้ ตาก้า” ซึ่งมีต้นฉบับการเล่นมาจาก บาร์เซโลน่า ที่คอบอล ลาลีกาสเปนต่างชื่นชอบและรับชมดูการถ่ายทอดสดของทุกทีม

ฟุตบอลลาลีกาสเปน

เชื่อว่าคอบอลที่ชื่นชอบ แทงบอลลาลีกาสเปน เจ้าของต้นตำรับ ตีกี้ ตาก้า ช่วยทำให้ทีมชาติสเปนประสบความสำเร็จโดยในปี 2008 รูปแบบการเล่นต่อบอลเท้าสู่เท้าบนพื้นตามช่องเน้นการครองบอลพาทีมชาติสเปนคว้าแชมป์ยุโรปปี 2008 หลังจากที่เคยคว้าแชมป์ยุโรปสมัยแรกปี1964 จากความต่อเนื่องขอสไตล์นี้ ในปี 2010 ทีมชาติสเปนคว้าโลกไปสมัยแรกโดยสร้างสถิติไม่แพ่ใครเลยตลอดทัวร์นาเมนต์

โดยใช้นักเตะจาก บาร์เซโลน่า และ เรอัล มาดริด 2 สโมสรยักษ์ใหญ่เป็นแกนหลักผสมผสานกับนักเตะที่เข้ากับระบบและยังคงความต่อเนื่องของสไตล์การเล่นที่เป็นเอกลักษณ์ของทีมชาติสเปน ทำให้คว้าแชมป์ยุโรปเป็นสมัยที่ 3 ซึ่งนัดชิงชนะเลิศเอาชนะ อิตาลี 4-0 ทำให้หลายทีมทั่วโลกได้นำสไตล์ “ตี้กี ตาก้า” ไปปประยุกต์ใช้กันจนถึงทุกวันนี้

สิทธิ์ไปเล่นบอลถ้วยยุโรปและเลื่อน-ตกชั้น ลาลีกาสเปน

ฟุตบอลลาลีกาสเปน เรียกสั้นๆ คือ ลาลีกา ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 1929 กำหนดให้มีทีมแข่งขันทั้ง 20 ทีมและเมื่อจบฤดูกาลจะมี 3 ท้ายตารางตกชั้นลงไปเล่นในลีกรองเรียกทางการว่า เซกุนด้าดิบิซิออน หรืออีกชื่อที่เรียกได้อีกชื่อคือ ลีกาอเดลันเต้ ซึ่งทีมอันดับ 1 และ2 คือแชมป์และรองแชมป์จะเลื่อนชั้นขึ้นสู่ ลาลีกาสเปน แบบอัตโนมัติ

เรอัล มาดริด แชมป์ 35 ครั้ง

แชมป์ลีกสูงสุดของแดนกระทิงดุ ทีมที่คว้าแชมป์มากที่สุด คือ เรอัล มาดริด 35 ครั้ง , บาร์เซโลน่า 26 ครั้ง , แอตฯมาดริด 11 ครั้ง ,แอธฯ บิลเบา 8 ครั้ง ,บาเลนเซีย 6 ครั้ง ที่สำคัญฤดูกาล 2012-13 บาร์เซโลน่า เป็นแชมป์ลาลีกา สามารถทำคะแนนได้ถึง 100 แต้มเมื่อจบฤดูกาลเป็นทีมแรกในประวัติศาสตร์ของลาลีกาสเปนอีกด้วย

ฤดูกาล 2021-22 ที่เพิ่งจบลงไปทีม แชมป์ลาลีกา คือ เรอัล มาดริด ซึ่งยังคว้าแชมป์ยูฟ่าแชมป์เปี้ยนส์ลีกมาครองเป็นสมัยที่14 ของสโมสรมากที่สุดของระดับสโมสรยุโรป ทีมรองแชมป์ลาลีกาคือ บาร์เซโลน่า อันดับ 3 แอตเลติโก้ มาดริด อันดับ 4 เซบีย่า ทั้งหมดทีมไปเล่นยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ลีกฤดูกาล 2022-23

ขณะที่อันดับ 5 เรอัล เบติส แชมป์โกปาเดลเรย์ อันดับ 6 เรอัล โซเซียดัด ไปเล่นถ้วยยูโรปาลีก อันดับที่ 7 บียาร์เรอัล ไปเล่นศึกคอนเฟอเรนซ์ลีก ส่วน 3 ทีมที่ตกชั้น กรานาด้า , เลบันเต้ , อลาเบส ส่วนที่ 3 ทีมที่ได้เลื่อนชั้นขึ้นเล่นมาเล่นศึก ลาลีกา ฤดูกาล 2022-2023 คือ อัลเมเรีย , เรอัล บายาโดลิด และทีม สุดท้าย คือ กิโรน่า

นักเตะระดับโลก กับ ฟุตบอลลาลีกาสเปน

ฟุตบอลลาลีกาสเปน ที่พีคสุดๆช่วงปี 2003-2004 เรอัล มาดริด ทุ่มเงินซื้อดาวเตะระดับโลกเข้าสู่ทีมมากมายจนได้รับการขนานนามว่ายุค “กาลาคติกอส” ี ทีมรวมดาราโลกทั้ง ซีเนอดีน ซีดาน, หลุยส์ ฟิโก้ , โรนัลโด้ (บราซิล) , ราอูล กอนซาเลซ ,เดวิด เบ็คแฮม และอีกมากมายประสบความสำเร็จทั้งเรื่องการแข่งขันและการตลาดเป็นอย่างมาก

ฟุตบอลลาลีกาสเปน นักแตะรับดับตำนานสร้างชื่อมากมาย

ต่อมายุคที่ 2 ของ “กาลาคติกลอส” ที่ ฟลอเรนติโน่ เปเรซ ประธานสโมสรทุ่มเงินซื้อนักเตะชื่อดังในหลายลีกมาเสริมทัพเพื่อดวล บาร์เซโลน่า ในยุคฟุตบอล ตีกี้ ตาก้า เรอัลมาดริด คว้าตัว คริสเตียโน่ โรนัลโด้ , เมซุต โอซิล , อังเคล ดิมาเรีย ,ชาบี อลอนโซ่ , คาริม เบนเซม่า เสริมทัพและอีกมากมายจนประสบความสำเร็จมากมาย

ด้าน บาร์เซโลน่า ยอดทีมดังของโลกคู่ปรับตลอดกาลทั้งเรื่องฟุตบอลและเรื่องทางการเมืองซึ่งเคยมีนักเตะระดับโลกชื่อค้าแข้งมาทุกยุคไม่ว่าจะเป็น ดีเอโก้ มาราโดน่า ,ฮริสโต้ สตอยคอฟ ,จอร์จี้ ฮาจี้ ,โรนัลด์ คูมัน , พาทริก ไคลเวิร์ต,
โรมาริโอ , ริวัลโด้ ,โรนัลโด้ (บราซิล) ที่สร้างชื่อกับบาร์เซโลน่า ก่อนย้ายไป เรอัล มาดริด คู่ปรับของทีม แต่ก็ยังไม่ประสบความสำเร็จมากนักเท่ากับ เรอัลมาดริด

จนกระทั่งมาถึงยุคโด่งดังสุดขีดขง บาร์เซโลน่า ในยุคที่แฟนบอลเรียกกันว่า “แข้งต่างดาว” ในช่วงปี 2010-2011 ซึ่งเป็นช่วงพีคสุดๆ กับ สไตล์ฟุตบอล “ตีกี้ ตาก้า” ที่ดวลกับ เรอัล มาดริด อย่างดุเดือดเรียกเรตติ้งการถ่ายทอดสดเกม เอกลาซิโก้ ในยุคนี้เป็นอย่างมากเหมือนเกมหยุดโลก

บาร์เซโลน่า ทีม All Star

ซึ่ง บาร์เซโลน่า ยุคสไตล์ฟุตบอล ตีกี้ตาก้า อันโด่งดังที่หลายสโมสรรวมถึงทีมชาติหลายชาตินำไปใช้ที่ผสมกับซื้อดาวดังไม่กี่ราย อาทิ ซามูเอล เอโต้ ,เธียร์รี่ อองรี ,ลูโดวิก ชูลี่ และ เมสซี่ ที่วัยรุ่นอายุยังเพียง 17-18 ปีเริ่มได้ลงโชว์ฝีเท้าโดยจะสลับตำแหน่งต่อตำแหน่งกับ ลูโดวิก ชูลี่ ปีกตัวเล็กที่มีทักษะเบสิกขั้นเทพของทีมชาติฝรั่งเศส

ในยุคถัดมาคว้าตัว หลุยส์ ซัวเรซ และ เนย์มาร์ มาประสานกำลังกับ ลิโอเนล เมสซี่ ที่อยู่ในวัยหนุ่มและกำลังพีคอย่างสุดๆ เคลื่อนที่คล่องแคล่วรวดเร็ว เลี้ยงบอลหลบคู่ต่อสู้เป็นว่าเล่นเข้าไปทำประตู อีกทั้งมีการผสมผสานกับนักเตะระดับโลกทั้ง ชาบี เอร์นานเดซ , อันเดรส อิเนียสต้า ,เซร์คิโอ บุ๊ตเกตส์ และอีกมากมาย

บาร์เซโลน่าใช้เวลาไม่นานปรับจูนให้ลงตัวจนกลายเป็นทีมที่ถูกขนานนามว่า “แข้งต่างดาว”ประสบความสำเร็จอย่างมากทั้งการคว้าแชมป์ลาลีกา , แชมป์ยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ลีก, แชมป์ยูฟ่าซุปเปอร์คัพ ,แชมป์สโมสรโลก และทุกครั้งใยการดวลกับ เรอัล มาดริด ในเกมเอลกลาซิโก้ ในยุคแข้งต่างดาว บาร์เซโลน่า เป็นฝ่ายเอาชนะได้มากกว่าแม้ว่า เรอัลมาดริด มี คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ที่กำลังฮอตสุดขีดเป็นตัวชูโรงก็ตาม

ฐานแฟนบอล ฟุตบอลลาลีกาสเปน ไม่เป็นรองใคร

เชื่อว่าคอบอลต้องรู้จักหรือเคยได้ยินคำว่า เอลกลาซิโก้ เพราะที่เป็นการดวลกันของ 2 ทีมรวมดาวเตะระดับโลกของทั้ง 2 ทีม อย่าง เรอัล มาดริด กับ บาร์เซโลน่า ที่ดึงดูความสนใจแฟนบอลทั่วโลก ทุกครั้งที่ทั้ง 2 ทีมดวลกันหลายหลายยุคหลายสมัย จนถึงทุกวันนี้ ที่นอกจากทำให้มีแรงดึงดูดความสนใจให้กับแฟนบอลทั่วโลก รวมไปถึงด้านการตลาด เหล่าบริษัทธุรกิจยักษ์ใหญ่ต่างๆ แย่งกันเข้าเป็น สปอนเซอร์ ให้ทั้งสองทีมคาดอกเสื้อ หรือ ยี่ห้อเสื้อ รองเท้า แม้แต่ป้ายในสนาม

ฟุตบอลลาลีกาสเปน แฟนยอลไม่เป็นสองรองที่ใด

ทั้ง 2 ทีมต่างก็มีนักเตะระดับโลกหลายตำแหน่งประกอบกับการมีปัญหาเรื่องของการเมือง ที่ เรอัล มาดริด เป็นตัวแทนของรัฐบาลสเปน ส่วน บาร์เซโลน่า เป็นแคว้นปกครองตนเองแคว้นหนึ่งในภาคเหนือของประเทศสเปน ซึ่งประชาชนของแคว้นคาตาลัน แทบทุกคนพวกเขาไม่นับว่าตัวเองเป็นพลเรือนชาวสเปน ภาษาที่ใช้ก็เป็นภาษาคาตาลัน ไม่ใช่ภาษาสเปนแบบคนกรุงมาดริด หรือเมืองอื่นๆ

ซึ่งเวลาทั้ง 2 ทีมดวลกันไม่ว่าจะใครเป็นเจ้าถิ่น จะสนุกดุเดือดเล่นแบบจริงจังตลอด 90 นาที ที่มีเป้ามาอย่างเดียวกันมากกว่าที่พวเขาเจอทีมอื่นๆ คือ การประตูคู่ปรับตลอดกาล ต้องยิงให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้พร้อมทั้งต้องโชว์ระบบทีมเวิร์คและศักยภาพของทั้ง 2 ทีมออกมาใช่เต็มที่เรียกว่า ไม่แค่แค่ต้องการชนะในรูปแบบผลสกอร์แต่ต้องการด้วยรูปเกมที่เหนือกว่าอีกด้วย

เอลาซิโก้ เกมหยุดโลก

ทั้งหมดที่กล่าวว่าคือ ปูมเรื่องที่นำมาเสนอแบบกระชับสั้นๆ ของศึก เอลาซิโก้ เกมหยุดโลกเหมือนศึกแดงเดือดของ ลิเวอร์พูล กับ แมนฯ ยู ซึ่งต้องเป็นยุคที่แมนยูพีคสุดขีด(ไม่ใช่ในยุคหลังๆนี้) ทั้งนี้เพราะด้วยสไตล์การเล่นของฟุตบอลลีกสเปน จะมีเอกลักษณ์อย่างชัดเจน และมีนักเตะชื่อดังมากมายอยู่กับหลายสโมสร

นอก 2 ทัมดังยักษ์ใหญ่แล้วหลายสโมสรมีการพัฒนายกระดับของตัวเองขึ้นมาอย่างรวดเร็วทั้งการซื้อนักเตะดังๆเข้มทัพประกอบกับการปรับสไตล์แนวทางการเล่นของแต่ละทีมจนประความสำเร็จสามารถคว้าแชมป์ลาลีกาสเปน มาครองได้ อย่างเช่น แอตเลติโก้ มาดริด

นอกจากนี้ยังมีอีกหลายทีมที่แฟนบอลทั่วโลกรู้จักและติดตามผลงานที่สร้างชื่อเสียงกับการคว้าแชมป์ถ้วยใบรองของสโมสรยโรป ศึกยูโรปาลีก หรือ ยูฟ่าคัพ ในชื่อเดิม ทั้ง เซบีย่า ,บาเลนเซีย , บียาร์เรอัล และหลายทีมยกระดับมาตรฐานของทีมขึ้นมาอย่างรวดเร็วและนี่คือ “ลีกฟุตบอลอาชีพ ที่นักเตะอาชีพทั่วโลก ต้องการไปค้าแข้งให้ได้สักครั้ง..ในชีวิต”

ทำไม ลาลีกา ถึงขึ้นชื่อลีกรวมดาราโลก

เพราะเป็นลีกที่มียักษ์ใหญ่ของโลกมากมายและเข้าเล่นฟุตบอลถ้วยสโมสรยุโรปแบบได้ลุ้นแชมป์ทุกสมัย

ยุคแห่ง กาลาคติกอส คืออะไร

เป็นยุคสมัยที่ เรอัล มาดริด ทุ่มเงิน ซื้อนักเตะชื่อดังโลกมาไว้ในทีมมากมายทุกตำแหน่งเช่น ซีดาน,ฟิโก้ โรนัลโด้(บราซิล) ,เดวิด เบ็คแฮม ,โรแบร์โต้ คาลอส ,สตีฟ แม็มานามาน, ไมเคิล โอเว่น ,ชาบี อลอนโซ่

เอลกลาซิโก้ ทำไมถึงมากกว่า ฟุตบอล

เพราะเป็นการพบเจอกันของ2ทีมตัวแทนเขตปกครองที่มีความขัดแย้งทางการเมืองและต้องการแยกตัวออกมาเป็นอิสระจากสเปน เรอัล มาดริด เป็นทีมตัวแทนของกรุงมาดริด ที่มีรัฐบาลสเปนหนุนหลัง ส่วน บาร์เซโลน่า เป็นทีมอยู่ในแคว้นบาสก์ ใช้ภาษา กาตาลัน ไม่ใช้ภาษาสเปนในการสื่อสารกันในแคว้น

ทำไม นักเตะชื่อดังและทุกคนมีจุดหมาย อยากไปเล่นกับ เรอัล มาดริด และ บาร์เซโลน่า

เพราะทั้ง 2 สโมสรเป็นทีมระดับโลกมีลูลค่าทางการตลาดสูง มีนักเตะในทีมชื่อดังมากมายที่พร้อมช่วยกันเล่นให้ผลการแข่งขันออกมาเป็นที่ต้องการและ มีลุ้นทั้งแชมป์ลาลีกาสเปน และมีลุ้นคว้า ยูฟ่าแชมปี้ยนส์ลีก ทุกสมัย